[VD] Blank 007 : Forgot to cry
posted on 19 Mar 2011 13:27 by whitetown in VDForgot to cry
1.
ฮิราอินอนอยู่บนโซฟาที่ส่วนหน้าของคลีนิก แฮมสเตอร์สีน้ำตาลเดินอุ้ยอ้ายอยู่กลางอกของเขาโดยที่เขาคอยแกล้งเอามือกัน มันไม่ให้เดินไปไหนได้ไกลนัก
เวลาอยู่ในกรงมันดูขี้เกียจ เอาแต่กินกับนอน อีกตัวที่ป่วยอยู่ก็เอาแต่นอนกับกิน แต่จะว่าไปแล้วตอนนี้ฮิราอิเองก็เอาแต่นอนเล่นกับหนูอยู่เหมือนกันดังนั้นคง จะไปพูดบ่นอะไรพวกมันไม่ได้มากนัก แต่เพราะวันนี้คลีนิกค่อนข้างเงียบ มีแค่คนไข้ฉุกเฉินเข้ามาเมื่อเช้ารายหนึ่ง หลังจากนั้นก็มีแต่คนที่แวะมาด้วยอาการไม่สบายเล็ก ๆ น้อย ๆ เท่านั้น เขาก็เลยว่างยิ่งกว่าว่างเสียอีก
ตอนนั้นเอง ประตูห้องตรวจเปิดออก ผู้หญิงที่เดินออกมาสวมชุดคลุมท้องสีหวานและมีเสื้อไหมพรมถักคลุมไหล่ ท่าทางดูอุ้ยอ้ายไม่ต่างจากแฮมสเตอร์ หมอโทนี่เองก็เดินตามหลังเธอออกมาและกลับไปยืนที่หลังเคาน์เตอร์อีกครั้ง เพื่อ จะคิดค่ารักษาตามปกติ แต่ขณะที่รอเงินทอนอยู่นั่นเองเธอก็หันมาเห็นฮิราอิที่กำลังนอนเล่นอยู่พอดี
"ตายแล้ว น่ารักจัง" เธอพูดโพล่งขึ้น ฮิราอิสะดุ้งนิดหน่อยก่อนจะลุกขึ้นนั่ง ตกใจ...ก่อนจะคิดได้ในเวลาต่อมาว่าเธอคงไม่ได้หมายถึงเขา
"ขอจับหน่อยได้ไหมจ๊ะ" เธอเดินมาใกล้ก่อนจะใช้สองนิ้วลูบหลังเจ้าหนูน้อยบนมือของฮิราอิเบา ๆ "หนูของเธอเหรอ ชื่ออะไรเอ่ย"
"ของผม คุณหมอซื้อให้" ชายหนุ่มตอบตามตรง "ตัวโน้นชื่อเกล" เขาชี้ไปที่กรง
"...แล้วตัวนี้ชื่ออะไร" หญิงสาวขมวดคิ้ว
"หนูตะเภา"
"...แต่มันเป็นแฮมสเตอร์!" เธอโพล่งขึ้นอย่างไม่เห็นด้วย
"คุณหมอตั้งให้ตัวนี้" เขาชี้ตัวที่อยู่ในมือ พร้อมทำหน้าเหมือนจะโบ้ยว่าไม่ใช่ความผิดตัวเอง ทำให้อีกฝ่ายหัวเราะคิก พยักเพยิดเหมือนรู้กัน
"คุณกลอเรีย เดี๋ยวผมฝากยาสำหรับหนึ่งอาทิตย์ไปให้สามีคุณด้วย รบกวนบอกเขาด้วยนะครับว่าถ้าว่างเมื่อไรให้มาพบผมหน่อย ผมต้องตรวจอาการเขา ไม่งั้นจัดปริมาณยาให้ไม่ถูก" หมอโทนี่ขัดบทสนทนาขึ้นมาทันที
"อ...เอ่อ ค่ะ" เธอหันไปตอบด้วยท่าทางเลิกลั่ก โทนี่ แบลงค์ไม่ว่าอะไรต่อ เขาเดินเข้าไปที่ห้องเก็บยาเพื่อจัดยาให้ตามที่คุยกันไว้ คราวนี้หญิงสาวหันกลับมาที่ฮิราอิ ก้มลงเอามือหนึ่งป้องปาก กระซิบ
"คุณหมอดุจังเนอะ อารมณ์ไม่ดีอะไรหรือเปล่า" กลอเรียทำเสียงเบาที่สุดเท่าที่จะทำได้
"คุณหมอเป็นห่วง" ฮิราอิมองแฮมสเตอร์บนมือ แต่ส่งเสียงตอบฉะฉาน
"จ้ะ จริงด้วยเนอะ" เธอยิ้มให้อย่างเห็นด้วย เพราะปกติหมอโทนี่เป็นคนใจดี วันนี้คงจะหงุดหงิดนิดหน่อย เพราะนัดสามีของเธอแล้วแต่เขากลับติดงานมาไม่ได้ เป็นอย่างนี้หลายครั้งแล้วด้วย
ฮิราอิค่อนข้างคุ้นเคยกับกลอเรีย เธอมาฝากครรภ์ที่นี่หลายเดือนแล้วเพราะว่าที่นี่ใกล้บ้านที่สุด และนี่ไม่ใช่ท้องแรก ปีที่แล้วเธอก็มาที่คลีนิค เข้าห้องผ่าตัด และกลับออกไปพร้อมกับเด็กตัวเล็ก ๆ นั่นทำให้ฮิราอิตื่นเต้นมาก... ขณะที่กลอเรียรู้สึกกลัวเขา เพราะผู้ชายตัวโต ๆ ในเขตนี้มักจะเป็นพวกนักเลงหรือมาเฟีย แต่พอรู้จักกันมากขึ้นแล้วความกลัวก็กลับกลายเป็นความเอ็นดูไปแทน
โทนี่กลับออกมาอีกครั้งพร้อมถุงยา และยังบ่นต่อไปอีกหน่อยว่าสามีของกลอเรียโหมงานหนักเกินไป มันจะทำให้อาการแย่ลง กลอเรียได้แต่หัวเราะกลบเกลื่อนเพราะไม่รู้จะตอบยังไงดี เมื่อรับถุงยาไปแล้วเธอก็หยิบถุงขนมเล็ก ๆ ออกมาจากในกระเป๋าก่อนจะยื่นให้กับโทนี่เหมือนทุกครั้ง
"คราวนี้เป็นรูปดอกไม้หรือ" โทนี่ยิ้มพลางมองคุกกี้ที่แต่งหน้าด้วยน้ำตาลในถุง
"ครั้งหน้าลองแต่งเป็นรูปสัตว์ดีไหมคะ" กลอเรียท่าทางสนุกกับไอเดียใหม่ "แฮมสเตอร์ก็ดูเหมาะกับคุณหมอดี"
"เหมาะกับผม เหมาะยังไง" โทนี่เงยหน้า มีแววแปลกใจอย่างเห็นได้ชัด แน่นอนว่าเขานึกไม่ออกว่าตัวเองเหมือนแฮมสเตอร์ตรงไหน ไม่ว่าจะรูปร่างหรือความน่ารัก...ถึงอย่างนั้นกลอเรียก็ยังดูมั่นใจในความ คิดของตัวเอง เธอยักไหล่ ดวงตาสีน้ำตาลมองตรงมาที่เขา ขณะที่ผมหยักศกสั้นประบ่าของเธอก็ดูฟูฟ่องเหมือนลูกแกะช็อกโกแลต
"มันชอบขดตัวอยู่ตรงมุมกรงเงียบ ๆ แล้วก็ดูขี้กลัว แต่บางทีก็ดุ" เธอตอบ
จากนั้นความเงียบก็เกิดขึ้นระหว่างพวกเขา จนแม้แต่ฮิราอิก็ยังหันไปมอง
กลอเรียรู้สึกเขิน พวงแก้มแดงเรื่อ เริ่มคิดว่าตัวเองเพิ่งพูดอะไรไม่เข้าท่าออกไป
"...ขอบคุณสำหรับคุกกี้นะ" โทนี่ชิงเปลี่ยนเรื่องก่อนที่เธอจะทันได้เอ่ยคำขอโทษ
โทนี่ แบลงค์ไม่รู้ว่าผู้ชายคนหนึ่งที่ฆ่าคนมามากมาย มีอาการของคนสองบุคลิก และชื่นชอบการล่วงล้ำซากศพ กำลังคิดอะไรอยู่เวลาที่มองเจ้าพวกหนูตัวเล็ก ๆ ซุกตัวเรียงกันเป็นลูกบอลกลม ๆ ในกรง
เขาส่งหนูในมือตัวเองให้คิริ หลังจากนั้นจึงพบว่าแม้จะเป็นคนแบบที่ว่าก็ไม่ง่ายนักที่จะจับเจ้าตัวน้อยได้อยู่หมัด
โทนี่ไม่ใช่คนหน้าตาย เขามักจะยิ้มให้ใครต่อใครเสมอ ยิ้มอย่างที่ควรยิ้ม เวลาที่ต้อนรับคนไข้ บอกลา หรือบังเอิญเจอใครสักคนในเมือง แต่กับคนสนิทอย่างฮิราอิหรือคิริ รอยยิ้มมักจะลดน้อยลง เขาไม่จำเป็นต้องส่งยิ้มให้ในเวลาที่ไม่อยาก ไม่จำเป็นต้องแสร้งยิ้มเมื่อในใจมีแต่ความเฉยชา
เมื่อคิริโวยวายและพยายามจะจับเจ้าตัวแสบที่วิ่งเข้าไปในเสื้อ
โทนี่หัวเราะ
อากาศที่นี่ค่อนข้างอุ่น ต่างจากเวนเลสที่ชื้นและหนาว แม้จะอยู่ภายในร้านที่เปิดเครื่องปรับอากาศแต่หากทอดสายตาออกไปนอกร้านก็จะ มองเห็นแสงอาทิตย์ส่องสว่างให้เห็นอยู่เสมอ
"เอาแบบไหน" คิริชูถุงอาหารแฮมสเตอร์สองยี่ห้อให้ดู โทนี่หันกลับมายังพื้นที่หลังร้านขายสัตว์เลี้ยง ก่อนจะเพ่งพินิจด้วยความคิด
"ซ้าย" เขาตอบ
"ไหงมั่นใจนัก" คิริเลิกคิ้วขึ้นสูง
"...เคยอ่านในเวบบอร์ด เขาว่าอันนี้ดี" โทนี่ตอบเสียงค่อย
อีกฝ่ายเงียบไปอึดใจก่อนจะพยักหน้าช้า ๆ
"มิน่า ถึงได้เล่นเกมเลี้ยงแฮมสเตอร์ ที่แท้ก็..." คิริหรี่ตามองโทนี่พลางเหยียดยิ้มอย่างรู้ทัน แต่โทนี่ไม่ยอมสบตากับเขา กลับเดินเข้ามาใกล้ หยิบถุงอาหารไปดูราคาแทน
"ไม่ได้ชอบขนาดนั้น แต่มันก็น่ารักดี" โทนี่ตอบเลี่ยง ๆ ขณะที่คิริยังจ้องมองมาที่เขา
เขาไม่ชอบตกเป็นเป้าสายตา มันทำให้รู้สึกอึดอัด ยิ่งเป็นคนไม่สนิทก็ยิ่งทำให้หงุดหงิด แต่อย่างฮิราอิถึงห้ามไปก็ไม่ฟัง ส่วนคิริ...หลัง ๆ ก็พอทนได้ที่จะถูกมอง
แต่พอคิดถึงสายตาของอีกฝ่ายแล้ว โทนี่กลับคิดไปถึงเรื่องในโรงแรมวันนั้นขึ้นมา
ตอนนั้น แทนที่จะมองแต่ศพอย่างที่โทนี่คาดการณ์ไว้ตอนแรก คิริกลับมองเขาด้วย
แล้วยังจูบ...
แต่เขาเข้าใจดี เวลาแบบนั้น อารมณ์อะไรก็พันกันยุ่งไปหมด
จูบนั้นก็แค่ตัวช่วยเร้าอารมณ์
เขาเข้าใจและไม่ได้ทักถามอะไร
คิริเองก็ไม่ได้พูดอะไรเกี่ยวกับเรื่องนั้นเหมือนกัน
"...รู้ไหม" โทนี่เอ่ยขึ้นโดยที่สายตายังจับจ้องอยู่ที่ฉลากของถุงอาหาร "หนูพวกนี้ พอจับมันแยกกันสักพักมันก็ลืมกลิ่น เคยรักกัน มีลูกด้วยกัน เป็นเพื่อนกัน แต่แค่แยกจากกันพักเดียว มันก็ลืมไปหมดแล้ว"
"น่าเศร้านะ" คิริที่กำลังเอาอาหารอีกถุงไปเก็บเข้าที่เอ่ยตอบ ไม่แน่ใจว่าเศร้าจริงหรือเปล่า แต่อีกคนกลับพูดโพล่งขึ้นว่า "ก็มันเป็นแค่หนู"
"พอมันกินลูกตัวเอง ฆ่าคู่รักตาย กินสมองของเพื่อนร่วมชีวิต...แปบเดียวมันก็ลืม"
"ชักโหดนะเนี่ย" คราวนี้หนุ่มนักฆ่าหันมาขมวดคิ้ว
"...โชคดีที่มนุษย์ไม่เป็นแบบนั้น" โทนี่พูดต่อ "แต่ก็โชคร้ายที่เรามีสมองใหญ่และซับซ้อน"
โทนี่รู้ตัวว่าพูดมากเกินไป แต่เขาหยุดตัวเองไม่ได้ ทั้งที่ดวงตาสีฟ้าหม่นจับจ้องอยู่กับส่วนผสมอาหาร แต่ในหัวของเขากลับมีแต่ภาพความทรงจำต่าง ๆ นานาไหลเวียนเข้ามา โดยเฉพาะเรื่องของคิริ...
ไม่ใช่ว่าเขาไม่รู้ตัวเอง บางครั้งที่เขาอยู่กับศพมากเกินไป มันจะทำให้เขาหวนระลึกถึง...ทำให้เขาจดจำได้ว่าความรู้สึกของคนปกติเป็นยัง ไง
เมื่อคนเราเศร้า เราจะร้องไห้
ถ้าเราลืมเลือนความเศร้า ทำประหนึ่งว่าไม่รู้จักมัน
เราจะลืมวิธีร้องไห้
ปกติแล้วมีแต่ร่างของคนตายแบบที่เขาชอบเท่านั้นที่จะทำให้เขาระลึกถึงความเศร้า
ดังนั้น โทนี่ไม่เข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้นกับตัวเอง เมื่อเขาเสียน้ำตาต่อหน้าคิริในวันนั้น
ทั้งที่คิริไม่ใช่ศพ...ไม่ได้ดูเหมือนศพ
กลับกัน ในตัวของผู้ชายคนนี้เต็มไปด้วยความมีชีวิต
"ทำไมเราโชคร้าย" คิริถาม "ยังไง" อีกคิริถามซ้ำ
โทนี่หันไปสบตากับดวงตาสีน้ำตาลของอีกฝ่าย
ประกายแดดทำให้สีของดวงตานั้นอ่อนลง
ชวนนึกถึงน้ำเชื่อมเมเปิ้ลบนแพนเค้กอุ่นไอร้อนแบบที่เขาชอบ
ที่เมืองนี้ คิริดูหวาน
จนโทนี่รู้สึกถึงรสชาติของน้ำเชื่อมบนแพนเค้ก
ครู่ต่อมาเขาพบว่ารสชาตินั้นเกิดขึ้นเพราะคิริจริง ๆ
เป็นเขาเองที่ขยับตัวเข้าไปใกล้ และโน้มคอของอีกฝ่ายลงมาจนริมฝีปากแนบชิดกัน
โทนี่อยากรู้อยากเห็นเสมอ
เขาอยากรู้ว่ารสชาตินี้เกิดขึ้นจริงหรือไม่
คิริชะงักไปเพียงชั่วครู่
ก่อนที่มือของเขาจะรั้งตัวของโทนี่เข้าหา
ดูราวกับว่าคิริเองก็รับรู้ได้ถึงรสหวานแบบเดียวกัน
ปลายลิ้นสอดลึกสัมผัสกันและกัน ราวกับพยายามควานหารสชาตินั้นอีกครั้ง
อีกแล้ว... โทนี่คิด
ขณะที่ถูกสองมือนั้นโอบกอด
หัวใจของเขา
กำลังเต้นแรง
"เราความจำดีเกินไป" โทนี่กระซิบ ระหว่างที่คิริผละออกและสบตากับเขา
"แม้แต่ความเศร้าที่เราเกลียด ก็ยากที่จะลืมมันไปได้"
นายก็เหมือนกันใช่ไหม
"เหมือนเหรอ"
ฮิราอิชูเจ้าหนูน้อยในมือขึ้นเทียบกับหน้าคุณหมอโทนี่ สีหน้าของคุณหมอดูนิ่งลงอีกทั้งที่นิ่งอยู่แล้ว แต่สักพักหนึ่งก็หลับตาพลางถอนหายใจและก้มหน้าลงที่หลังเคาน์เตอร์อีกครั้ง
"เหมือนไหม" ฮิราอิวางหนูตัวน้อยลงบนเคาน์เตอร์ ก่อนจะเอียงหัวนิด ๆ หามุมที่อาจจะเหมือน คราวนี้โทนี่เงยหน้าหันขวับขึ้นมามองหน้าฮิราอิ เจ้าหนูตัวเล็กไม่หงอย แต่เจ้าหนูตัวโตสลดลงอย่างเห็นได้ชัด ก่อนที่จะค่อย ๆ ย่อตัวลงไปที่พื้นแล้วย่องหนีไปที่อื่นแทน
เหลือแต่เจ้าหนูตัวจ้อย ทำท่ายืนสองขา จมูกขยับฟุดฟิดเหมือนสำรวจ
โทนี่คิดว่า ถ้าเขาเป็นเหยี่ยวหรืองู คงอาศัยจังหวะนี้เขาขย้ำมัน
เหยื่อกับผู้ล่า...
ในรถขากลับเข้าเขตเวนเลส ตอนนั้นพวกเขาเปิดประเด็นคุยเรื่องแฮมสเตอร์ไม่จบไม่สิ้น ก่อนจะวกมาถึงเรื่องที่พวกมันกลายเป็นสัตว์ที่เอาไปปล่อยในธรรมชาติไม่ได้ แล้ว เพราะสายพันธุ์ที่ถูกเลี้ยงมาแต่ในกรงจนสัญชาตญาณหายไปเกือบหมด จะให้ไปสู้กับใครเพื่อเอาตัวรอดก็คงไม่ไหวทั้งนั้น
เกิดจากธรรมชาติ แต่ไม่สามารถกลับสู่ธรรมชาติ
มีแต่มนุษย์เท่านั้นที่ทำให้เกิดเรื่องแบบนี้ขึ้นได้...
จากนั้นมันก็กลายเป็นประเด็นนี้ เรื่องของมนุษย์ที่เป็นผู้ล่ากับมนุษย์ที่เป็นเหยื่อ โทนี่คิดว่าคิริเป็นผู้ล่า แน่นอนว่าเจ้าตัวเห็นด้วย และโทนี่ก็คิดว่าตัวเองดูเหมือนเหยื่อมากกว่า ซึ่งก็เป็นอีกครั้งหนึ่งที่คิริเห็นด้วย ขณะที่ฮิราอิที่นั่งอยู่ด้วยกันกับพวกเขาได้แต่มองวิวด้านนอกรถโดนไม่ได้ใส่ ใจฟัง เพราะบางเรื่องที่สองคนนี้คุยกันเขาก็ฟังไม่รู้เรื่องเอาเสียเลย
"เพราะนายไม่ชอบฆ่าคนมั้ง" คิริว่า "ถ้าไม่จวนตัวจริง ๆ หรืออดทนไม่ไหวจริง ๆ ก็คงไม่ฆ่า มันเหมือนแค่ป้องกันตัวมากกว่า"
"บางทีฉันก็ไม่ได้อดทนถึงขนาดนั้น" โทนี่ตอบกึ่งจริงกึ่งเล่น
คิริก็อยากรู้ว่าตกลงพูดจริงหรือเล่น
เมื่อถึงที่หน้าคลีนิกโทนี่ก้าวลงมาจากรถ ฝนตกปรอย ๆ อยู่เสมอแต่มีฮิราอิคอยกางร่มให้ ทว่าทั้งสองไม่ได้เดินจากไปในทันที มือของโทนี่รั้งประตูรถแง้มไว้เล็กน้อย เขาก้มตัวลง มองกลับเข้าไปในรถคันเดิม
"วันนี้ขอบคุณนะ"
"...เจอกัน"
"คิริ" เสียงเรียกของโทนี่ฟังดูกลมกลืนไปกับเสียงของสายฝน เจ้าของชื่อเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย
"คนที่เป็นผู้ล่า ล้วนเคยเป็นเหยื่อมาก่อนทั้งนั้น" ชายหนุ่มที่ยืนอยู่นอกตัวรถพูด "เรื่องนี้ นายคิดว่าไง"
คิริที่หยุดคิดไปครู่หนึ่ง
เหมือนอยากรู้ว่าทำไมจู่ ๆ ถึงถาม
แต่ว่าดวงตาสีฟ้าหม่นของโทนี่ แบลงค์กลับจ้องตรงมาที่เขา
ตอนนั้นโทนี่ดูเหมือนงูร้ายมากกว่าหนูตัวจ้อย
งูที่กำลังแลบลิ้น
จับอากาศ
สำรวจว่ามีสิ่งใดแน่ที่อยู่เบื้องหน้าตน
"นายเป็นนักล่าใช่ไหม คิริ..."
.
.
.
โทนี่มองดูหนูแฮมสเตอร์ที่กำลังสำรวจพื้นที่บนโต๊ะเคาน์เตอร์
มันอยู่นอกกรงนานไปแล้ว เขาคิดว่ามันอาจจะหิว
คุณหมอหยิบคุกกี้ บิชิ้นเล็ก ๆ ยื่นให้
เจ้าตัวน้อยรับมันไป ก่อนจะอมเก็บไว้ในแก้มจนแก้มบวมตุ่ยโย้ไปข้างหนึ่ง
โทนี่ส่งคุกกี้ที่เหลือในมือเข้าปาก
อมไว้ในกระพุ้งแก้ม มองหน้าเจ้าหนูน้อยที่กำลังลุกขึ้นยืนสองขา
คุณหมอชี้ที่แก้มของตัวเอง
"เหมือนหรือยัง" เขาเอ่ยถาม








#1 By xqxhagqiqlq (176.9.1.72) on 2011-12-25 08:38