[VD] Blank 009 : Don't cry

posted on 19 Mar 2011 13:44 by whitetown  in VD
 
เอนทรี่นี้เป็นส่วนหนึ่งของโปรเจ็ก Venles District
http://uc.exteenblog.com/whitetown/images/Theme/Z_banner%2002.jpg
 
หมายเหตุ : เนื้อหาในเอนทรี่นี้มีความรุนแรงและไม่เหมาะกับผู้มีอายุต่ำกว่า18ปี

เอนทรี่นี้มีเนื้อหาต่อจาก : [VD] "ชีวิตและความตาย"
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 

Don't cry
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 







0.


มันเป็นเรื่องยากเกินไปสำหรับโทนี่ แบลงค์
ที่จะจินตนาการว่ามนุษย์เรานั้นต้องเจอกับเรื่องที่เลวร้ายสักแค่ไหน
จึงจะควักลูกตาออกมาได้ ด้วยมือของตัวเอง
เขาไม่เคยทำ แต่รู้ว่ามันจะเจ็บมาก
มากขนาดที่เขาจินตนาการออกมาไม่ได้


ความเครียด ความกดดัน
ความเจ็บปวด การสูญเสีย
มันต้องมีอะไรสักอย่าง
อะไรสักอย่างที่ทำให้คน ๆ หนึ่งตัดสินใจทำอะไรบ้า ๆ แบบนั้นลงไป


ดวงไฟข้างทางไหววาบตามความเร็ว
คิรินอนอยู่ท้ายรถ ส่วนฮิราอินั่งคู้ตัวอยู่ข้างเขา พยายามห้ามเลือดจากบาดแผลที่ท้อง
โทนี่ขับรถ ฝ่าสายฝนที่ไม่รู้เทลงมาจากไหนมากมาย
เขามองไม่เห็นทาง


มีเสียงพึมพำคล้ายละเมอจากชายที่นอนอยู่หลังรถ
บางครั้งร้องว่าเจ็บ บางครั้งสบถขึ้นมาเบา ๆ ด้วยภาษาที่ฟังไม่ออก
บางครั้งดูเหมือนกำลังร้องหาใครสักคน


โทนี่เหยียบคันเร่งกลับเข้าเขตเวนเลส


แม้ว่าจะมองไม่เห็นทาง















1.


ควันสีขาวจางเหมือนร่องรอยของดวงวิญญาณ
ลอยขึ้นจากผิวหน้าของกาแฟในแก้ว
เมื่อยกขึ้นดื่ม กลิ่นเข้มและไออุ่นของมันก็อวลขึ้นแตะจมูก
มันช่วยให้ตื่น ไม่ใช่แค่คุณหมอผู้เฝ้าไข้เท่านั้น แต่กับคนไข้ของเขาก็ด้วย
ในห้องพักพิเศษ มีเพียงพวกเขาอยู่ด้วยกันตามลำพังเท่านั้น


คิริขยับตัว เชื่องช้า
กลิ่นหอมที่คุ้นเคยทำให้เขารู้ว่ามีใครอยู่ที่นั่นด้วย ทางด้านซ้ายของเตียงที่เขานอน
แต่เขากลับมองเห็นได้ไม่ชัด เหมือนถูกผ้าปิดตาเอาไว้ข้างหนึ่ง
แน่นสนิทเสียจนไม่มีแสงลอดผ่าน
คิริเอี้ยวหน้าหันไปทางซ้ายมากขึ้น เพื่อจะใช้ตาขวามองแทน


โทนี่ แบลงค์อยู่ที่นั่น ในชุดกาวน์สีขาวและเชิ้ตสีฟ้าที่คุ้นเคย
ไหล่ลู่ลง มีแววอ่อนล้าบอกเล่าผ่านสีหน้า
ตอนนั้นเองที่เรื่องราวทั้งหมดย้อนกลับมา
คิริจำได้แล้วว่าเขาเองที่เป็นคนโทรเรียกหมอ
นึกออกแล้ว ว่าทำไมต้องหันมองด้วยตาขวา
และเข้าใจถึงอาการเจ็บแปลบตรงหน้าท้องที่เป็นอยู่ในทันที


"...เจ็บไหม" คุณหมอเอ่ยถามพร้อมกับเดินไปรินน้ำสะอาดใส่แก้วที่โต๊ะตรงหัวเตียงให้
พร้อมทั้งวางแก้วกาแฟของเขาไว้ที่นั่นด้วย


"ถามทำไม จะให้ยาเหรอ" เสียงของผู้ที่นอนอยู่บนเตียงแผ่วเบา


"ใช่ ถ้าเจ็บมากจะเอายาแก้ปวดให้ แต่ฉันว่าฉันใช้ยาชาหนักมือไปหน่อย...ตอนนี้มันคงยัง..."


"หนวกหู..." คิริยกมือขึ้นปิดตาขวา "ช่างแม่งมันสิ"


"...ใจเย็น ๆ" โทนี่ละมือจากเหยือกน้ำจะจับตัวคิริ แต่มือของเขาถูกปัดออกในทันที


"กูบอกว่าหนวกหู!"


โทนี่ขมวดคิ้ว กำมือแน่น
เขาพยายามจะเข้าใจ ว่ามันน่าหงุดหงิด ทั้งความเจ็บปวดน่ารำคาญหลังผ่าตัด
อาการสับสนที่มีอยู่เดิม และทัศนวิสัยการมองที่แคบลง
ยังไงก็ตาม เขาไม่ชอบการถูกปฏิเสธ


"...ที่บ้านฉัน" คิริยกมือขึ้นปิดหน้าอีกครั้ง "ไปดู...ฌานิให้หน่อย กับคีรยา"


"รอให้เช้าก่อน ฉันจะไปดูให้" โทนี่ตอบ โดยไม่ได้ถามกลับว่าทำไมต้องไปดู
ตอนที่เขาเข้าไปหาคิริที่นั่น สภาพห้องนั้นดูพิลึกเหมือนมีใครเตรียมการจัดฉากเอาไว้
ถึงไม่บอกก็รู้ ว่านี่ไม่ใช่การปะทะกันอย่างกะทันหัน แต่คงเป็นฝ่ายนั้นที่เตรียมตัวมา
คีรยากับฌานิ บางทีพวกเธออาจกลายเป็นเป้าด้วย หากอีกฝ่ายคิดจะเล่นงานคิริจริง ๆ


คิริใช้หลังมือกดหว่างคิ้ว ราวกับพยายามสะกดกลั้น
ความสับสนของเขาที่ดูเหมือนรอยขีดยุ่งเหยิงของปากกาสีดำ
ซึ่งพร้อมใจกันพุ่งไปคนละทิศละทางในอากาศ


"...มันตายแล้ว" เขาพูดขึ้น


"...อีกคนน่ะเหรอ" โทนี่ตอบรับ "นายบอกฉันแล้ว ตอนที่อยู่ที่นั่นด้วย แล้วก็ตอนอยู่ในห้องผ่าตัด..."


แน่นอนว่าคิริจำไม่ได้ว่าพูดไปแล้ว ดังนั้นเขาถึงได้พูดซ้ำถึงสามครั้ง
ดวงตาสีน้ำตาลที่เหลืออยู่เพียงข้างเดียวกำลังมองเพดานอย่างเลื่อนลอย
ปกติแล้วโทนี่มักจะมองคิริ พลางคิดว่าทั้งสองคนกำลังคิดอะไรอยู่
ความรู้สึกนึกคิดที่แตกออกเป็นสองฟากฝั่ง ต่างฝ่ายต่างเป็นอย่างไรบ้าง
แต่เวลานี้ความคิดนั้นไม่จำเป็นอีกต่อไปแล้ว...


"น่าเสียดายนะ ที่เขาหายไป" โทนี่พูด ขณะที่ทอดสายตาเลี่ยงไปทางอื่น


หลังจากนั้นพวกเขาก็ตกอยู่ในความเงียบงันครู่ใหญ่ จนกระทั่งคิริหลุดหัวเราะออกมา


"...คิดถึงมันล่ะสิ" คิริหันมามองโทนี่ "นายคงชอบมันน่าดู"


โทนี่ไม่ได้ตอบ แต่หันกลับมามองตาซ้ายของคิริที่ถูกผ้าพันแผลปิดเอาไว้แทน
ใบหน้ายังนิ่งเฉยเหมือนปกติ สายตาจับจ้องไปยังอีกฝ่ายที่กำลังเหยียดยิ้ม...


"เวลาที่จูบ...นายคิดว่ากำลังจูบกับมันใช่ไหมล่ะ"















2.


ในห้องผ่าตัด โทนี่สวมชุดสีเขียวเหมือนทุกครั้ง
เขากำลังเตรียมหน้ากากออกซิเจนเพื่อจะรมยาสลบ
คิริที่ยังสามารถพูดคุยได้ ดูเหมือนจะมีสติไม่มากพอ
เขาเรียกหาหมอ ย้ำว่ามีคนตาย
มีใครสักคนตาย คนที่ไม่รู้ว่าเป็นใคร
คีรยาก็ตาย ตายแล้ว
ตัวเขาอีกคนก็เป็นบ้า แล้วมันก็ตาย
ทุกคนตายหมดแล้ว


โทนี่ไม่ได้ตอบ เขาสวมผ้าปิดปาก ก่อนจะใช้ยาสลบทำให้คิริหลับ
แล้วหันไปสั่งฮิราอิให้ไปเอาถุงเลือดจากห้องเย็นมาให้หน่อย
เมื่อฮิราอิเข้าไปในห้องเย็นอย่างรีบร้อน และคิริตกอยู่ในความมืดหลังเปลือกตา
โทนี่ขยับตัวเข้าไปใกล้ ตั้งใจจะจัดการกับแผลที่ท้องก่อน
แต่สายตาของเขากลับจับจ้องไปยังดวงตาข้างที่หายไปของคิริ
รอยเลือดที่ติดกรังอยู่บนแก้ม
และดวงตาอีกข้างที่กำลังหลับสนิท


ในตอนนั้นเขารู้สึกถึงแสงแดด ของเมืองที่ห่างไกลไปจากเวนเลส
กับบทสนทนาในร้านอาหารครอบครัว
และรสจูบที่ติดอยู่ในความทรงจำ


หัวใจของเขาเต้นแรงจนเจ็บแปลบ
เหมือนในวันนั้นไม่มีผิดเพี้ยน...


มือสองข้างของคุณหมอเกาะค้างอยู่ที่ขอบเตียงผ่าตัด
แต่ร่างของเขากลับทรุดลงนั่งคุดคู้
ก้มหน้านิ่ง
มีบางอย่าง อะไรบางอย่าง
จุกค้างอยู่ในอก
คล้ายคลื่นลมที่พัดพาน้ำทะเลให้เวียนซัดขึ้นฝั่ง
กัดเซาะโขดหินจนกร่อน
และทำให้มันใกล้จะพังทลายลง


คิริเคยบาดเจ็บหนัก หนักกว่านี้ก็เคย
โทนี่จำไม่ได้ด้วยซ้ำว่าเคยเย็บแผลให้ไปกี่เข็มแล้ว
แต่ไม่รู้ว่าเพราะอะไร
โทนี่ไม่รู้ว่าเพราะอะไร
เขาลุกขึ้นไม่ได้


เขาเอาแต่นึกถึงช่วงเวลาที่ผ่านมา
มันพุ่งเข้าหาเขาเหมือนห่ากระสุนที่ยิงรัวเข้าใส่
เหมือนสายฝนที่ตกกระหน่ำลงมา
เขาหยุดคิดไม่ได้
คิริเชื่อว่าจิตใจของตัวเองได้แบ่งเป็นสองฝ่าย
โทนี่เองก็มองเห็น เพียงแต่แยกทั้งสองไม่ออกเท่านั้น
เขาสัมผัสได้ถึงตัวตนของทั้งคู่ แม้ว่ามันจะกลมกลืนกันอยู่ด้วยกันก็ตามที


ดังนั้น...เขาไม่ชอบความรู้สึกตอนนี้เลย
เขาเกลียด เกลียดการสูญเสีย
พอคิดว่าหนึ่งในนั้นหายไปแล้ว
เขารู้สึกสูญเสีย...


ในหัวของเขา ได้ยินแต่เสียงของคิริที่ร้องหาเขา ตอนที่รับโทรศัพท์
และตอนที่เขาไปถึง
เสียงที่บอกว่าเจ็บ...
เสียงที่บอกว่ามีคนตาย
ใครสักคน...ใครหลายคนจากไป
จนเหลือแค่คิริคนเดียว


"คุณหมอ!" ฮิราอิที่กลับออกมาจากห้องเย็นร้องขึ้นก่อนจะรีบถลาเข้ามาหา
โทนี่สะดุ้งได้สติเพราะเสียงเรียกนั้น แต่ยังคงเกาะเตียง ก้มหน้าอยู่ที่เดิม


"ฉันไม่เป็นไร" เขาว่า
ต้องรีบลุกขึ้น เพราะเวลามีไม่มาก ยิ่งนานยิ่งไม่ดี
คิริรออยู่


"...ฉันไม่เป็นไร" คราวนี้โทนี่ยันตัวลุกพรวดขึ้น
หลับตาลงครู่หนึ่ง ก่อนจะเปิดตา
มองร่างผู้บาดเจ็บบนเตียง


คุณหมอโทนี่ แบลงค์จดจ้องแต่บาดแผล ก่อนจะหันไปหยิบเครื่องมือ














3.



แก้วใบโปรดของโทนี่เป็นแก้วเซรามิคสีขาว มีลายตารางเล็ก ๆ สีฟ้าตรงขอบ
คิริหยิบมัน ขว้างใส่เขา
สีน้ำตาลของกาแฟราดรดจากเหนืออกไหลลงมาถึงชายโครง
เปรอะไปตามเนื้อผ้าสีฟ้าอ่อนของเสื้อเชิ้ต และกระเด็นเลอะชุดกาวน์อีกนิดหน่อย
แก้วเซรามิกร่วงลงที่พื้น แตกกระจายออกไปคนละทาง
โทนี่ซึ่งยืนถอยห่างออกมาเล็กน้อยทอดสายตามองกลับไปที่เตียงอีกครั้ง


ดวงตาสีน้ำตาลแดงเหลืออยู่เพียงข้างเดียว
กำลังเบิกตาโพลง จ้องมองเขา


"เอาแต่พูดเรื่องมันอยูได้"


"...ฉันแค่บอกว่าเสียดาย ที่จู่ ๆ เขาก็หายไป" โทนี่ขมวดคิ้ว มองอีกฝ่าย
รู้สึกถึงไอร้อนจากกาแฟบนอก แต่เพียงครู่เดียวมันก็ค่อย ๆ จาง
เขาสะบัดหัว แม้จะเพิ่งจิบกาแฟไป แต่ร่างกายก็กำลังจะทนความอ่อนเพลียไม่ไหวอยู่รอมร่อ


"ฉันไปนอนก่อนนะ" โทนี่ยกมือบีบสันจมูกตัวเองเบา ๆ "นายเองก็เหมือนกัน...พักผ่อนซะ พรุ่งนี้ค่อยคุยกัน..."


แทนที่จะทำตามที่เขาพูด คิริกลับทำท่าจะลุกขึ้นจากเตียง
โทนี่เป็นคนจัดการรักษา เป็นคนลงมือเย็บแต่ละเข็ม เป็นคนตรวจดูบาดแผลและประเมินอาการ
อย่างหนึ่งที่เขารู้คือ ฤทธิ์ยาชาอาจจะทำให้ไม่รู้สึกเจ็บในตอนนี้
แต่ไม่ดีแน่นอนที่จะขยับตัวมาก ๆ หรือแม้แต่ก้มหน้าลงจนกระเทือนแผลที่ตา
เขารีบก้าวเข้าไป จับตัวคิริไว้ ดันติดกับเตียง


"ทำบ้าอะไรของนาย อยู่เฉย ๆ" เขาพยายามห้าม แต่คิริก็ดึงดันจะผลักเขาออก
ดีที่อีกฝ่ายยังไม่ค่อยฟื้นตัวนัก และแผลที่ท้องก็ทำให้ออกแรงไม่ได้ถนัด เขาถึงยังพอสู้แรงได้


"จะกลับแล้ว!" คิริตวาดขึ้นมาก่อนจะย้ำซ้ำ ๆ ว่าให้ปล่อย


"คิริ!" โทนี่ทำเสียงดุขึ้น แต่ไม่มีวี่แว่วว่าอีกฝ่ายจะหยุดฟังคำทัดทาน
สักพักหลังจากที่ดิ้นรนจนเหนื่อยอ่อน คิริก็หยุดและเงยหน้าขึ้นมองเขา
เหยียดยิ้ม ประหนึ่งว่ามองความคิดของโทนี่ออกทะลปรุโปร่ง


"...หมอนั่นไม่อยู่ นายก็ไม่มีธุระกับฉันแล้วสิ"


"...มันไม่เกี่ยวกัน"


"ปล่อย!" คิริสะบัดแขนออกจากมือของอีกฝ่าย "ฉันดูแลตัวเองได้!"


คราวนี้โทนี่จับไหล่คิริไว้ทั้งสองข้างก่อนจะกดลงด้วยกำลังเท่าที่มี
เจ้าของดวงตาสีฟ้าหม่นเบิกตาโพลงจ้องเขม็งและขมวดคิ้ว มองผู้ที่อยู่บนเตียง


"หยุด" คุณหมอทำเสียงดุ "...ถ้าไม่หยุดจะจับมัดกับเตียง ฉันเอาจริงนะ"


คิริจ้องเขา ปิดปากเงียบ
ไม่ได้กลัวว่าจะถูกดุ แต่ก็นิ่งลง
พร้อม ๆ กับหยดน้ำตาที่ร่วงลงอย่างกะทันหัน


โทนี่เจ็บแปลบในอก อีกครั้ง
ไม่รู้ว่าจะเกิดขึ้นอีกกี่ครั้ง...
ทั้งที่ความรู้สึกแบบนี้ไม่ได้เกิดขึ้นมานานมากแล้ว


"...นอนซะ" เขาผ่อนเสียง คลายแรงกดที่มือ


"ทำไมอยากให้นอน" คิริสวนขึ้นมา "ถ้าไม่ตื่นล่ะ..."


"ตื่นได้สิ ฉันรักษาแล้ว" คุณหมอขมวดคิ้ว "พักผ่อนเยอะ ๆ จะได้หาย..."


มือที่เคยพยายามต่อต้านเขา จับเสื้อเขาเอาไว้เป็นครั้งแรก
คิริดึงรั้งเขาไว้ มองมาที่เขา
เหมือนเด็กเล็ก ๆ ที่กลัวฝันร้าย
และไม่อยากให้ใครปิดไฟที่หัวเตียง


โทนี่รีบกอดเด็กคนนั้นเอาไว้ในอ้อมแขน
ใช้มือเช็ดหยดน้ำตาบนแก้ม
รู้สึกถึงความเศร้าเนืองแน่นที่ขยายตัวขึ้นในอกของตัวเอง


แต่เขาจะไม่ร้องไห้อย่างแน่นอน















4.


ในอดีตก่อนหน้านั้นเป็นเวลาหลายปี
โทนี่ลืมตาขึ้นใต้ผืนม่านของราตรี
ที่ ๆ แสงดาวเลือนลางอยู่หลังเมฆอุ้มน้ำ
เสียงร้องไห้ของหยาดฝนปลุกให้เขาลืมตาตื่น
เขานอนอยู่บนพื้น ตะแคงหน้า
สิ่งแรกที่มองเห็นคือร่างของมนุษย์อีกคนหนึ่ง


คนที่เขาเคยนั่งทานข้าวด้วยกัน
คนที่เขาเคยบอกรัก
คนที่เพิ่งจูบเขาไปเมื่อครู่
ร่างนั้นนอนนิ่งอยู่ข้าง ๆ
เหมือนวันที่พวกเขานอนด้วยกันบนเตียงอุ่น
เพียงแต่ที่นี่หนาวเหน็บเกินกว่าจะทำให้หวนนึกย้อนกลับไป


โทนี่ร้องเรียกชื่อคนคนนั้นสุดเสียง
แต่เขาเปล่งออกมาได้เพียงคำกระซิบ
หยดน้ำที่ร่วงลงจากฟ้า ชะล้างสีเลือดออกจากร่างกายของอีกฝ่าย
เปลี่ยนจากสีเนื้อเป็นสีขาว
ซีดจางลง จางลง...


เขารู้
มันกำลังจะจบ
มือของกาลเวลากำลังฉีกกระชาก
ดวงวิญญาณของคนที่เขารัก
จนขาดออกเป็นชิ้น ๆ ก่อนจะทำให้สลายหายไป
เหมือนเม็ดฝุ่นบนชั้นวางของ ที่ถูกปัดจนฟุ้งกระจายไปในอากาศ


โทนี่ยันตัวลุกขึ้น
จ้องมองไปยังใบหน้าที่เขาคุ้นเคย
ก้มลงจุมพิต
ไม่ต่างจากเจ้าชาย ที่คาดหวังให้เจ้าหญิงนิทราลืมตาจากการหลับไหลชั่วนิรันด์
เขาเกลียดการสูญเสียคนสำคัญ
มันหนาวเย็น และเจ็บปวด...


วินาทีนั้นโทนี่ค้นพบว่า
ในจูบครั้งสุดท้ายยังมีไออุ่น


เขาลืมตา


และตัดสินใจคว้าแสงเทียนที่สว่างริบหรี่นั้นเอาไว้
เอื้อมสุดแขน กรีดร้องทั้งน้ำตา
วิงวอนต่อกาลเวลาที่ไม่เคยมีความเมตตาให้ใคร


เขามันคว้าเอาไว้
แม้ว่าจะมีแต่เพียงความสิ้นหวังในตอนสุดท้าย
และแม้ว่ามันจะทำให้เขากลายเป็นปีศาจ
ที่หลงทางอยู่ในบึงโคลนก็ตาม















5.


ท่ามกลางความเงียบระหว่างพวกเขา ในห้องพักเดี่ยวที่มีความเป็นส่วนตัว
โทนี่ก้มลง แทนที่จะกดให้อยู่นิ่งเหมือนตอนแรก ตอนนี้สองมือของเขากลับกอดอีกฝ่ายเอาไว้แน่น
ไออุ่นจากตัวของคิริทำให้เขาสงบลง และหยุดความโมโหเล็ก ๆ ที่หลุดออกมาอาละวาดได้ทันท่วงที
เขาไม่รู้ว่าน้ำตาของอีกฝ่ายเกิดจากอะไรกันแน่
แต่อย่างน้อยมือที่รั้งเขาไว้ก็บอกได้ว่าคิริไม่ต้องการให้เขาห่างไป


"...ร้องไห้ทำไม" โทนี่เอ่ยถาม
ด้วยสัตย์จริง หลาย ๆ ครั้งเหลือเกินที่เขาดูอารมณ์ของคนอื่นไม่ออก
เขาอยากทำได้ ในเวลาแบบนี้ถ้าทำได้เขาก็ไม่อยากเอ่ยถาม...
แต่ว่าคิริเองก็ไม่ได้ตอบ
บางทีคงไม่รู้คำตอบด้วยซ้ำ


"คิริ นายรู้จักฉันไหม" โทนี่กระซิบ ระหว่างที่ยังคงกอดอีกฝ่ายเอาไว้


"ฉันน่ะ...ไม่เชื่อเรื่องโลกหลังความตาย แล้วก็ไม่รู้ว่าวิญญาณคืออะไร จะเป็นอะไรไปได้...
หลังความตาย เราอาจจะกลายเป็นใครที่ไหนก็ไม่รู้ จะกลายเป็นอะไรก็ไม่รู้
ตายไปแล้วก็หยุดนิ่ง ไม่เคลื่อนไหว ชีวิตจบลงแค่นั้น
มันว่างเปล่า..."


เขากระชับอ้อมกอด แขนข้างหนึ่งช้อนอยู่ใต้ศีรษะของคิริ
คิรินอนพิงตัวเขา
สายตาเลื่อนลอย ไม่แน่ใจว่าได้ยินที่เขาพูดหรือเปล่า


"...เพราะงั้น ฉันเลยเกลียดความตาย
ไม่ใช่สิ ฉันเกลียดการลาจาก...
เกลียดการสูญเสีย
แต่ว่า...ใคร ๆ ก็คงเกลียดเหมือนกันทั้งนั้น...
มันรู้สึกแย่มากจริง ๆ ... เวลาที่ จะไม่ได้เจอใครสักคนอีกแล้ว
ทีแรก...มันเลยแย่มาก เพราะฉันคิดว่า บางส่วนของนายหายไปแล้ว"


โทนี่ขยับตัวออก คิริพยายามดึงเขาไว้โดยไม่ได้พูดอะไร
แต่ว่าเขาไม่ได้คิดจะไปไหน
เขาเลื่อนตัวลงมา จ้องมองดวงตาของอีกฝ่าย
ขมวดคิ้ว ครุ่นคิด


เขาไม่อยากเห็นคิริเสียใจ
ไม่อยากให้เจ็บ ไม่อยากให้ร้องไห้
ไม่ใช่ความคิด...
มันเป็นความรู้สึก
เป็นความต้องการของเขา


"คิริ ฟังฉัน" เขาก้มลง จ้องตา


"มองฉัน ฟังฉัน..." เขาย้ำ จนกระทั่งคิริยอมมองมาที่เขา


"นายมีหนึ่งเดียว" โทนี่กระซิบ น้ำเสียงจริงจัง "ฉันมองเห็น...ตอนนี้ฉันมองเห็นนายคนเดียว"


คิริมองเขา ขอบตาเอ่อคลอด้วยหยดน้ำตา


"มองฉัน เชื่อสายตาของฉัน...
มันอาจจะฟังดูเหงาไปบ้าง ที่จะบอกว่านายมีแค่หนึ่งเดียว
แต่ว่านะ...มันจะไม่เหงาหรอก"


ฉันจะอยู่กับนาย


เขากระซิบ และกุมมือของคิริเอาไว้


โทนี่มักจะมองตัวเอง
เหมือนมองสัตว์ประหลาดอะไรสักอย่าง
ที่อาศัยอยู่ในบึงสีดำ
มันสกปรก เกินกว่าที่เขาจะกล้าเอื้อมมือไปหาใคร


แต่ถ้ามีใครสักคนต้องการมือของเขาล่ะก็...


โทนี่จ้องมองไม่วางตา เพราะรู้ว่ามีแต่สายตาเท่านั้นที่ทำให้คิริรู้สึกเชื่อมั่น
เขากอดคิริไว้ในอ้อมกอด
และจับมือของกันและกันเอาไว้


"ฉันอยู่นี่ อยู่กับนาย" เขายืนยันอีกครั้ง
แม้เสียงกระซิบจะแผ่วเบาแต่น้ำเสียงของเขาหนักแน่น
พอ ๆ กับความตั้งใจที่ประกาศชัดในอก


เขาไม่อยากให้คิริร้องไห้


 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
_______________________________________________________
 
 
 
Thank : ขอบคุณอีฟอีฟที่อดทนรอคอยและโครกันนะจ๊ะ - -,," แหะ ๆ
 
 
จริง ๆ เป็นตอนที่เขียนยากมากเลย กว่าจะปรับความรู้สึกของหมอให้เข้าที่ได้น่ะนะ
เพราะแวบแรกนี่ หมอเศร้ามาก...ตอนรู้ว่าคิริมีอะไรเปลี่ยนไป
แต่สุดท้ายก็เป็นแบบนี้แหละนะ อืม ๆ - -,,
 
 
 
 
*คอมเมนต์จากบล็อกเดิม
 
http://uc.exteenblog.com/whitetown/images/Photo/Comment07.jpg
 
 
 

Comment

smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry
smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

#5 ของคราวที่แล้ว เชค
อีฟไมู่รู้ว่าเชคจะมาย้อนอ่านไหม แต่คอมเมนต์เชคทำเอาอีฟต้องพิมพ์ต่อเลยทีเดียว
อะไรจะไม่ชอบขนาดนั้น sad smile

ตั้งแต่เล่น RP Commuฯ มา คิริเป็นคาแรคเตอร์แรกที่อีฟเขียนแล้วเชคไม่ชอบ ไม่ใช่แค่ไม่ชอบในความหมายของ "เฉย ๆ" ด้วยนะ นี่ถึงกับไม่ชอบแบบเกลียดเลย แล้วเชคก็แทบจะไม่พลาดโอกาสที่จะพิมพ์บอกความรู้สึกนั้นในบรรดาคอมเมนต์ด้วย

สำหรับอีฟ ดูเหมือนว่า ไม่ว่าคาแรคเตอร์นี้จะแสดงออกในทิศทางไหน จะเหี้ยม จะอ้อน หรือจะอะไร เชคก็ไม่ชอบไปซะทั้งนั้น อีฟสงสัยมากเลยว่าทำไม (คงไม่ใช่เพราะไปหวาน ๆ กับหมอของโด๋ยนะ ฮา ไม่เกี่ยวสินะ ใช่ไหม)

ถ้าเชครู้เหตุผลแล้วก็บอกอีฟด้วยนะ
ด้วยความสงสัยอย่างจริงจัง

-อีฟเอง-

#1 By Blackie on 2011-03-19 20:40

Categories