[MIS] Christopher Blank - 001

posted on 09 Mar 2013 13:36 by whitetown in MIS directory Fiction





เอนรี่นี้เป็นส่วนหนึ่งของคอมมูนิตี้
 
 
 
 





(1)



เขาคิดว่าเขาลืมตาขึ้นแล้ว ทว่าภาพที่เห็นตรงหน้ากลับพร่ามัว

กลิ่นเลือดและเหงื่อแจ่มชัด แต่ความทรงจำก่อนหน้านี้กลับเลือนลาง



เสียงทุ้มที่ฟังดูอบอุ่นคล้ายเสียงของตัวเขาเองก้มลงกระซิบห้ามข้างหูว่าไม่ให้ขยับตัวมากนัก

ทั้งแผ่วเบา ทั้งอ่อนโยน เปี่ยมล้นด้วยความรักใคร่และห่วงใย



เสียงของพ่อ



เข็มเย็บที่ทิ่มแทงลงบนแผ่นหลังของเขากำลังประสานรอยแผลที่ฉีกขาดให้กลับมาปิดสนิทอีกครั้ง

ความเจ็บปวดเล็กน้อยจากฝีเข็มแค่นั้นไม่แม้แต่จะทำให้เขาหลุดเสียงร้องด้วยความเจ็บปวดหรือพึงพอใจ



ฤทธิ์เฮโรอีนที่ฉีดเข้ามาก่อนหน้านี้ทำให้ร่างกายของเขาถูกดึงกระชากสูงขึ้นในอากาศ

ล่องลอยอยู่ท่ามกลางหมู่เมฆ ก่อนจะร่วงหล่นลงพื้นในตอนท้าย

เสมือนถูกถ่วงโซ่ตรวนหนักอึ้งทั้งแขนขา ลมหายใจ และวิญญาณ



มือของพ่อประคองใบหน้าเขาหันกลับไปประกบริมฝีปากแนบชิด

จูบเร่าร้อน ดูดดื่ม โหยหา

แลกเปลี่ยนลมหายใจและปลายลิ้นอุ่นร้อนแก่กันเฉกเช่นเดียวกับคนรัก

แม้ว่าพวกเขาจะเพิ่งผ่านฉากรักที่รุนแรงเกินสามัญมาหมาด ๆ

แต่ดูเหมือนมันกำลังจะเริ่มต้นใหม่อีกครั้งอย่างรวดเร็วโดยไม่มีใครทันตั้งตัว



เขายกตัวขึ้นเล็กน้อยแต่ยังคงนอนคว่ำหน้า อยู่ในท่าที่พ่อของเขาโปรดปราน

มือหนึ่งโน้มคออีกฝ่ายมาจูบแนบชิดกว่าเดิม พลางกระซิบร้องขอ

ได้โปรดตอบสนองความบ้าคลั่งด้วยราคะที่กำลังกัดกินเขา

ยัดเยียดและปลดปล่อยความต้องการของพ่อเข้ามาในร่างกายนี้

ตอนนี้...เดี๋ยวนี้...

ให้ความคลุ้มคลั่งของเขาสงบลงได้...ชั่วคราว



รอยมีดกรีดลึกถึงผิวหนังชั้นในแต่ไม่บ่อยที่จะทะลุเข้ามาถึงชั้นกล้ามเนื้อ

ด้วยน้ำหนักมือของศัลยแพทย์ที่เชี่ยวชาญ พ่อประทับตราไว้บนแผ่นหลังของเขาแผลแล้วแผลเล่า

แต่ก็มีบางครั้ง อย่างเช่นวันนี้ขณะที่พ่อกำลังสอดใส่ส่วนที่ตื่นตัวแข็งเกร็งกระแทกลึกเข้าไปในร่างข้างใต้

มือที่ถือมีดค้างไว้ก็ฝังมันกรีดลึกบนผิวเนื้อจนกลายเป็นรอยเปิดสีแดงยาว

มันทำให้เขาออกัสซั่มอย่างหนักหน่วงในวินาทีที่ถูกเสียดแทรกรุกล้ำจากทั้งสองทาง



แล้วร่างกายของเขาก็เตลิดไปบนเส้นทางที่ผิดพลาดอย่างไม่อาจหวนกลับมา

วิญญาณของเขาถูกทำร้ายด้วยความอ่อนโยน และถูกเติมเต็มเมื่อพ่อมอบความเจ็บปวดให้

ใบหน้าซุกลงกับหมอน ร่างกายบิดเร่า ลมหายใจหอบกระชั้น

ดวงตาสีน้ำตาลปรือขึ้นมองภาพพร่ามัวผ่านม่านน้ำตา



อาจจะดีกว่าถ้ามันเป็นน้ำตาของความเจ็บปวด

ทว่าเมื่อเฮโรอีนเข็มใหม่แทรกซึมลงในกระแสเลือด

และคมมีดกรีดลึกบนหลังของเขาอีกครั้งพร้อมกับน้ำราคะที่ฉีดพุ่งเข้ามาในกาย

ในหัวของเขาขาวโพลน คลั่งไคล้ในเซ็กส์ที่ได้รับจนไม่อาจควบคุมตัวเองได้อีก



เขารู้ชัดว่ามันคือน้ำตาแห่งความสุขสม



คริสโตเฟอร์คิดว่าเขาลืมตาขึ้นแล้ว

แต่ภาพที่เห็นกลับยังดูเหมือนมีเมฆหมอกสีขาวเหมือนสีของเฮโรอีนบดบัง

ร่างกายเหนื่อยล้า ทว่ายังคงร้องหาไออุ่นซ้ำแล้วซ้ำเล่า

ไม่ว่าพ่อจะปรนเปรอให้เขาเท่าไรก็ตาม



คริสโตเฟอร์ แบลงค์อายุยี่สิบเก้า เขามีเซ็กส์กับพ่อตั้งแต่เจ็ดขวบ

ความทรงจำของเขาที่เลือนลางไปเพราะฤทธิ์ยาและราคะ

นึกไม่ออกแม้แต่วันเวลาปัจจุบัน นึกไม่ออกแม้แต่ช่วงเวลาในอดีต

และจินตนาการไม่ออกถึงภาพของอนาคต



เป็นเช่นนั้นตลอดมา














(2)



คริสโตเฟอร์มักจะนั่งคุกเข่าลงกับพื้นในห้องขังใต้ดิน

ไม่สวมเสื้อ บาดแผลที่ถูกกรีดยับเยินบนหลังไม่มีอะไรบดบัง

เพราะที่นี่ไม่มีใครอื่น นอกจากเขากับพี่ชาย

และสายตาของพ่อที่มองผ่านกล้องวงจรปิดเท่านั้น



เขาใช้ผ้าชุบน้ำหมาด ๆ ในมือ เช็ดถูไปตามเรือนร่างผอมบางของนักโทษ

ตั้งแต่ใบหน้าเปรอะเลือดที่นิ่งเฉย เหม่อลอย

ผ่านร่างกายที่ซูบผอมและเต็มไปด้วยบาดแผล

ลงมาจนถึงท่อนขาที่บิดเบี้ยวเพราะถูกไฟเผา



ในคุกที่เงียบงัน

พ่อมักจะทุบตีพี่ชายของเขาอยู่เสมอ

สันจมูกที่มีรอยเบี้ยว โหนกแก้มที่เคยร้าวเพราะแรงหมัด

ร่างกายแคระแกร็นเพราะอาหารไม่ครบมื้อ

โซ่ตรวนที่ดึงรั้งร่างกายไว้ไม่ให้เดินไปไหนมาไหนได้สะดวก

แต่ถึงยังไงก็ไม่มีที่ไหนให้ไป นอกจากคลานไปยังโถส้วมที่มุมห้องเท่านั้น



คริสเตียนผู้เป็นพี่ชายของเขามีชีวิตอยู่เช่นนี้มากว่ายี่สิบสองปี



เขามองทุก ๆ บาดแผลบนร่างของอีกฝ่าย พยายามนึกย้อนกลับไปว่ามันเกิดขึ้นได้อย่างไรบ้าง

ครั้งหนึ่งเขากลับมาที่บ้านหลังจากไปธุระมาหลายวัน

พ่อที่หงุดหงิดเพราะอะไรบางอย่างกำลังเอาเข็มขัดฟาดไปยังร่างเล็ก ๆ ที่บิดเบี้ยวของพี่

เขายืนดูอยู่พักใหญ่ ขณะที่พี่เปล่งเสียงออกมาเหมือนแมวที่โดนทำร้ายมากกว่ามนุษย์

กว่าจะค่อย ๆ ทำให้พ่อสงบลงได้ มันไม่ใช่เรื่องง่ายเลย



และบางครั้งมันไม่ใช่เข็มขัด แต่เป็นท่อเหล็กเก่า ๆ ที่อยู่ในห้องใต้ดิน

ขนาดพอดีมือ และสบายมากที่จะฟาดท่อนแขนผอม ๆ ของคริสเตียนให้หักได้ในครั้งเดียว

และแน่นอนว่าพ่อของเขาไม่ได้ฟาดแค่ครั้งเดียว...



ครั้งที่ทำให้เขาจดจำได้ดีที่สุดอาจจะเป็นครั้งที่พี่ชายของเขาใช้ลวดแข็งที่หาเจอในห้องขัง

ปลดล็อกโซ่ตรวนได้อย่างไม่มีใครคาดคิด ทว่าร่างกายที่ไร้เรี่ยวแรงกลับวิ่งไปได้ไม่ไกลพอ

คริสเตียนเป็นอิสระได้แค่ไม่ถึงห้านาที แต่ทำให้พ่อโมโหแทบบ้า

เขาทุบตีลูกชายผู้ต้องโทษไม่ยั้ง จนฝ่ายที่โดนทำร้ายจำต้องยอมขดตัวอยู่ที่พื้นเฉย ๆ อย่างไม่อาจต่อต้าน



สุดท้ายพ่อดึงโซ่ที่ขาของเขาเอาไว้ ราดมันด้วยน้ำมันจนชุ่ม

เพลิงลุกโหมขึ้นโดยมีท่อนขาของลูกชายเป็นเชื้อเพลิง

เด็กหนุ่มผู้ถูกกระทำดิ้นพล่าน หวีดร้องเสียงเหมือนเด็กผู้หญิงขึ้นมา



คริสโตเฟอร์เป็นคนตักน้ำมาดับไฟ ยอมขัดใจพ่อเป็นครั้งแรก

บิดาผู้บ้าคลั่งหันมาทำร้ายเขาแทน แต่ก็ไม่นานนัก...เพราะถูกเขาหลอกล่อด้วยเซ็กส์แทนเสียก่อน

พ่อดันให้เขาลงนอนที่พื้น แยกขาทั้งสองอ้าออก ก่อนจะรุกล้ำเข้ามาต่อหน้าพี่ชายของเขา



สองพี่น้องสบตากันอีกครั้ง



แววตาของคริสเตียนผู้ถูกทำร้ายเจ็บแค้นและเอ่อคลอไปด้วยน้ำตา

ความเจ็บปวดที่ขา กลิ่นเนื้อไหม้ และการถูกทรมานทั้งหมด

ยังไม่เท่ากับภาพที่เขาเห็นในตอนนี้

คริสเตียนรู้ รู้มาตลอดว่าน้องชายของเขาคอยดึงพ่อไป ไม่ให้จมจ่ออยู่กับการทรมานเขา

ตลอดมา...เขาถูกช่วยเหลือมาตลอด



ขณะที่แววตาของคริสโตเฟอร์ไม่ได้สื่ออารมณ์โต้ตอบ

เขาแทบจะลืมไปแล้วว่าตอนที่ทุกอย่างเริ่มต้นเขาคิดอะไรอยู่

และเมื่อร่างกายถูกร่างเบื้องบนรุกเร้าจนสมองไม่สามารถคิดถึงอะไรได้อีก

คริสโตเฟอร์ก็เลิกคิด

เขาปล่อยตัวเอง เพลิดเพลินกับสัมผัสและความเจ็บปวดสุดยอดที่พ่อสร้างให้

ร่างกายตอบรับการกระทำของอีกฝ่ายอย่างเต็มที่ และร้องครางเหมือนจะขาดใจ

ระหว่างที่คริสเตียนกำลังเฝ้ามอง



หลายปีผ่านไป นับจากจุดเริ่มต้น

ในเวลาที่พี่ยังเป็นคนเดิม แต่เขาไม่ใช่

ร่างกายของพี่บิดเบี้ยว แต่จิตใจยังคงเหมือนเดิม

ขณะที่จิตใจของเขาบิดเบี้ยว ไม่มีอะไรเหมือนเดิมอีกต่อไป



แม้นั่งมองรูปถ่ายในอัลบั้มรูปสมัยเด็ก เขาก็นึกไม่ออกอีกแล้วว่าตัวเองเป็นคนยังไง

บางทีพี่ชายของเขาอาจเป็นคนเดียวที่จำได้

แต่มัน สายไป แล้ว...

คริสโตเฟอร์คิดขณะที่ร่างกายกำลังสั่นสะท้านด้วยความต้องการ

สะโพกกระตุกตอบรับความต้องการของพ่อที่ถาโถมเข้าใส่

ขาของเขาตวัดโอบรอบเอวของร่างเบื้องบน ดึงรั้งเหมือนขอให้เข้ามาลึกและรุนแรงกว่าที่ทำอยู่



ดวงตาของพี่ชายเปี่ยมล้นด้วยความโกรธแค้นและความหวังที่จะมีชีวิตอยู่

ขณะที่คริสโตเฟอร์กำลังปิดตาแน่นใต้ความรู้สึกทางกายที่ถาโถมเข้ามา



เขารู้...



เขารู้ว่าเขาย้อนกลับไปไม่ได้อีกแล้ว














(3)



ในอ้อมกอด พ่อของเขาร้องไห้

ในอ้อมกอด บางครั้งพ่อยิ้มให้เขาอย่างอ่อนโยน

ในอ้อมกอด เขารั้งตัวพ่อไว้ไม่ให้ไปไหน

ในอ้อมกอด พวกเขามักบอกรักกันและกัน



บางครั้งคริสโตเฟอร์ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าตัวเองทำอะไรอยู่



ตอนนี้เขาแค่อยากให้มันผ่านพ้นไป

พวกเขามองไม่เห็นทางย้อนกลับอีกแล้ว

เขาจับมือของพ่อไว้ข้างหนึ่ง มือของพี่ชายไว้อีกข้างหนึ่ง

เขาแค่อยากให้มันผ่านพ้นไป



สักวัน มันจะผ่านพ้นไป...





 
 
 

Comment

Comment:

Tweet

โฮรก สุดยอดมากเลยค่ะ เห็นถึงความแตกต่างที่ขัดแย้งกันของคริสโตเฟอร์กับคริสเตียนมากค่ะ
แบบอีกคนถูกทรมานร่างกาย อีกคนพรากจิตใจ โฮรก ปวดใจยิ่งนัก แต่แบบสุดยอดจริงๆค่ะ เขียนถึงอารมณ์มากๆเลย ชอบมากๆเลยค่ะ ดูเหมือนสิ่งที่ทั้งสามเผชิญจะไ่มีทางออก และดูเป็นวังวนมากๆ ขอให้คุณหมอเจอทางออกเร็วๆนะคะ

#9 By nebe on 2013-03-09 21:39

อ่านจบแล้วลูบหน้า
ต่อให้บิดเบี้ยวไปแล้ว แต่จุดเริ่มต้นที่ทำให้มาเป็นแบบนี้
มันเห็นว่าหมอไม่ได้ทำโดยสันดานอะ (คิดคำอื่นไม่ออก ขออภัย)
อยากให้ใครมาช่วยหมอจริงๆ แงง...
พี่ชายอ่านแล้วเศร้าสุดๆ...orz
ถ้าจิ้นภาพจริงๆ มันแรงมากก
แต่โด๋ยบรรยายได้แบบเห็นอะไรใต้ความบิดเบี้ยวรุนแรงนั้นล่ะ
เจ๋งมากเลย ; v ;

#8 By [MIS]Mia/ [BT]lili on 2013-03-09 18:16

สงสารหมอ....งานนี้โทษผู้ใหญ่เลย เด็กวัยนั้นยังแยกแยะผิดถูกไม่ได้อ่ะ บางครั้งก็ไม่รู้ว่าสิ่งที่ตัวเองทำหรือโดนทำคืออะไร ดีหรือไม่ดี แล้วแกคงคิดว่าถ้าทำแบบนั้นแล้วพ่อจะเลิกตี
อ่านแล้วขึ้น รังเกียจคนวิปริต..
ยังเชื่อว่าหมอจะไม่ได้เป็นแบบพ่อนะ ตอนนี้โตแล้ว เห็นอะไรมากขึ้นแล้ว อยากให้หมอหลุดออกมาจากวังวนนั้น อยากให้ช่วยพี่ชายออกมาด้วย T__T ไม่ชอบเรื่องแบบนี้ คนไม่ดีควรโดนลงโทษ

#7 By persona non grata on 2013-03-09 16:36

กรี๊ดดดด
ฮือ ตรงเจ็ดขวบนั่นนะ TvT! แงงงง ความทรงจำแรกช่วงนั้นสินะคะ ;__;

ร่างกายของพี่บิดเบี้ยว แต่จิตใจยังคงเหมือนเดิม
ขณะที่จิตใจของเขาบิดเบี้ยว ไม่มีอะไรเหมือนเดิมอีกต่อไป << ตรงนี้โดนอย่างมากมาย

ซึ้งค่ะ ซึ้งแปลกๆ TvT อ่านจบแล้วโฮรววว มันจะผ่านไปยังไงล่ะ ปัญหาครอบครัวส่วนตั๊วส่วนตัว อยากให้ใครไปช่วยหมอให้ออกมาจากโลกแบบนั้นจังเลย ;w;

#6 By Daiong [ไดอง] on 2013-03-09 16:19

//อ่านจบแล้วแบบว่า...
ไม่ไหวแล้วอะครับ
ไม่รู้จะรู้สึกยังไงกับหมอแล้วจริงๆครับ
ถึงหมอจะไม่ได้เลวโดยเนื้อแท้ แต่น่ากลัวอยู่ดี
//ดึงทิชชู่มาซับรัวๆ
พี่แต่งได้แบบ... ไม่รู้จะพูดยังไงดีครับ
เจ็บปวด แต่ก็ชอบครับ

#5 By !~แมวเมะ~!_Eroi*2 on 2013-03-09 15:21

กุชอบ 
กุเสียใจ
และกุชอบ

#4 By Kid [Naokun] on 2013-03-09 14:54

เจอโด๋ยทำร้าย ทันทีที่ล็อกอินเอ็กทีน.....
สงสารหมออ่ะ...อ่านแล้วรู้สึกหมอไม่ได้เลวโดนสันดาน แต่โดนฝึกมาให้เป็นแบบนั้น ด้วยเทคนิค ด้วยยาเสพติด คนที่เลวจริงๆคือตัวพ่อ orz (ซึ่งก็ไม่รู้แรงดลใจอัลลัยที่ทำให้พ่อหมอบัดซบได้ขนาดนี้วววว์)
ส่วนพี่ชายหมอ...ไม่รู้จะพูดยังไง แค่รอดชีวิตยังยากเลยมั้งนั่น แล้วทางที่หมอบอกว่าจะ่ผ่านพ้นไปนี่ Passed away รึเปล่า ฮือออออ ตายซะยังดีกว่าอยู่  
เรื่องจิตๆไม่ผิดหวังกับโด๋ยจริงๆ พรากกกกกก คือโด๋ยเขียนเรื่องโรคจิตได้ไม่อุจาด(นี่ชมนะ!!! โฮววว) มันมี passion ใน violence ซึ่งฉันชอบมากกกกกกกกก

#3 By มาโช on 2013-03-09 14:51

ลืมอีกแทก #หมอแม่ง....

#2 By kk on 2013-03-09 14:24

#กุไม่ไหว

#1 By kk on 2013-03-09 14:24